ฟุตบอลโลก รอบรองชนะเลิศ วันที่ 7 ก.ค. 2010
เยอรมนี 0-1 สเปน
ผู้ทำประตู : 0-1 คาร์เลส ปูโยล น.73
สนาม : มาบิด้า สเตเดี้ยม, เดอร์บัน
เกม
รีแมตช์รอบชิงชนะเลิศยูโร 2008 นัดนี้ โยอาคิม เลิฟ โค้ช "อินทรีเหล็ก"
ส่ง ปิโอเตอร์ ทรอชอฟสกี้ ลงเป็นมิดฟิลด์แทน โธมัส มุลเลอร์
เพลย์เมกเกอร์ดาวรุ่งที่ติดโทษแบน ขณะที่ คู่กองหน้ายังเป็น ลูคัส
โพดอลสกี้ และ มิโรสลาฟ โคลเซ่ ส่วน แดนกลางมี บาสเตียน ชไวน์สไตน์เกอร์
นำทัพ
ขณะที่ บิเซนเต้ เดล บอสเก้ กุนซือ "กระทิงดุ"
ตัดสินใจดร็อป เฟร์นานโด ตอร์เรส หัวหอกลิเวอร์พูล
ไปเป็นแค่ตัวสำรองหลังจากที่ปืนฝืดยิงไม่ได้แม้แต่ประตูเดียว และส่ง เปโดร
ดาวรุ่งจากบาร์เซโลน่าลงเล่นแทน ขณะที่ ตำแหน่งอื่นๆ ยังเหมือนเดิมเช่นกัน
ช่วงต้นเกมเป็นสเปน
ที่คุมเกมได้ดีกว่าและมีจังหวะหวาดเสียวก่อนในนาทีที่ 6 เมื่อ เปโดร
จ่ายบอลให้ บีย่า ได้ยิงในเขตโทษ แต่ มานูเอล นอยเออร์
ยังปราดออกมาเซฟไว้ได้ทัน
เกมดำเนินไปแบบน่าอึดอัด โดยแม้
"กระทิงดุ" จะครองบอลได้มากกว่าแต่ก็ยังไม่มีจังหวะเข้าทำอย่างจริงจัง
ไม่ว่าจะเป็นลูกโหม่งของคาร์เลส ปูโยล หรือเซร์คิโอ รามอส
นาทีที่ 32 เยอรมนี ได้ลุ้นอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก จากลูกยิงไกลของ ทรอชอฟสกี้ แต่ อีเคร์ กาซิยาส ยังพุ่งปัดออกหลังได้หวุดหวิด
จากนั้น "อินทรีเหล็ก" เริ่มจะต่อบอลกันได้ดีขึ้นแต่ก็ไม่มีโอกาสทำประตูแบบเหน่งๆ เช่นกัน ทำให้จบครึ่งแรกยังเสมอกัน 0-0
ครึ่ง
หลังทั้งสองทีมยังใช้ผู้เล่นชุดเดิม และเป็น สเปน
ที่มีลุ้นก่อนจากลูกยิงไกลของ ชาบี อลอนโซ่ แต่บอลหลุดกรอบไปไม่กี่คืบ
ก่อนที่ เยอรมนี จะเปลี่ยนตัวก่อนด้วยการส่ง มาร์เซลล์ แยนเซ่น มาแทน
เจอโรม บัวเต็งในนาทีที่ 52
สเปน เป็นฝ่ายบุกกดดันหนัก
และนาทีที่ 58 ก็เกือบได้ประตูขึ้นนำ เมื่อ อิเนียสต้า
กึ่งยิงกึ่งผ่านไปหน้าประตู แต่ บีย่า เข้าชาร์จช้าไปแค่นิดเดียว
นาที
69 เยอรมนี ใช้เกมโต้กลับเร็วและเกือบจะได้ประตู จากจังหวะที่ โพดอลสกี้
เปิดให้ โทนี่ โครส ที่เพิ่งถูกเปลี่ยนลงมาเป็นตัวสำรอง แปเน้นๆ
ในเขตโทษแต่ กาซิยาส ยังโชว์ซูเปอร์เซฟเอาไว้ได้
อีก 4 นาทีต่อมา สเปน ก็มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จนได้ จากลูกเตะมุม อิเนียสต้า เปิดให้ ปูโยล เทคตัวขึ้นโขกตุงตาข่าย
นาที
ที่ 81 ทั้งสองทีมก็มีการเปลี่ยนตัว โดย สเปน ส่ง เฟร์นานโด ตอร์เรส มาแทน
บีย่า ขณะที่ เยอรมนี ถอด ซามี่ เคห์ดีร่า ออก และส่ง มาริโก โกเมซ
มาเสริมเกมรุกแทน
ถัดมานาทีเดียว
กระทิงดุพลาดโอกาสที่จะได้ประตูที่ 2 เมื่อ เปโดร ได้หลุดเข้าไปในเขตโทษ
แต่แทนที่จะจ่ายบอลให้ ตอร์เรส ที่ยืนโล่งๆ
แต่กลับฝืนเล่นจนจังหวะสุดท้ายถูกผู้เล่นอินทรีเหล็กรุมสกัดพ้นอันตรายได้
ทัน
ช่วงเวลาที่เหลือ ไม่มีทีมใดทำประตูเพิ่มกันได้ จบเกม
สเปน ย้ำแค้น เยอรมนี 1-0
พร้อมกับผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
โดยจะเข้าชิงกับ ฮอลแลนด์ ในวันที่ 11 ก.ค. นี้
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
เยอรมนี :มานูเอล นอยเออร์, อาร์เน่ ฟรีดริช, ฟิลิปป์ ลาห์ม, เพอร์ แมร์เตซัคเกอร์,
เจอโรม บัวเต็ง, ซามี่ เคห์ดีร่า, ปิโอเตอร์ ทรอชอฟสกี้, เมซุต โอซิล,
ลูคัส โพดอลสกี้, มิโรสลาฟ โคลเซ่
สเปน :
อีเคร์ กาซิยาส, เซร์คิโอ รามอส, เคราร์ด ปิเก้, คาร์ลอส ปูโยล, โจน
คัปเดบีล่า, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, ชาบี อลอนโซ่, อันเดรส อิเนียสต้า, ชาบี
เอร์นานเดซ, เปโดร โรดริเกซ, ดาวิด บีย่า
ผู้ตัดสิน : วิคเตอร์ คาสไซ (ฮังการี)
Credit http://football.impaqmsn.com/content.aspx?id=58407&ch=253