 |
|
ที่ประดิษฐานเสาพระหลักเมืองน่าน วัดมิ่งเมือง อ.เมือง จ.น่าน
|
และด้วยความที่เมืองน่านเป็นเมืองวัฒนธรรมนี้เอง จึงมีมีวัดวาอารามตั้งอยู่มากมากมาย และแน่นอนว่าเมื่อนักท่องเที่ยวหรือคนต่างถิ่น ได้มีโอกาสเดินทางมาเยือนน่าน สิ่งสำคัญที่ต้องกระทำเป็นอันดับแรก คือสักการะเสาพระหลักเมืองประจำจังหวัด ซึ่งตั้งอยู่ในวัดมิ่งเมือง อำเภอเมือง จังหวัดน่าน เพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิตและเพื่อขอให้คุ้มครองนักท่องเที่ยวและผู้มาเยือนมีความปลอดภัยในทุกที่ๆ ของการเดินทาง
บริเวณวัดมิ่งเมือง อันเป็นที่ตั้งของเสาพระหลักเมืองน่านนั้น สิ่งที่เด่นสะดุดตาคือ ศาลาจัตุรมุขลวดลายปูนปั้นสีขาวอันวิจิตรตระการตา มียอดพรหมสี่หน้าเป็นตัวอาคารประดิษฐานศาลหลักเมือง ถัดเข้าไปเป็นโบสถ์ของวัด ภายในมีจิตรกรรมประวัติความเป็นมาของเมืองน่านตั้งแต่ต้นราชวงศ์ภูมามาจนถึงปัจจุบัน
 |
|
เสาพระหลักเมืองน่าน วัดมิ่งเมือง อ.เมือง จ.น่าน
|
เสาพระหลักเมืองน่าน คนเมืองน่านในสมัยโบราณเรียกขานว่า เสามิ่งเมือง หรือ เสามิ่ง โดยสมเด็จเจ้าฟ้าอัตถะวรปัญโญ เจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 57 โปรดให้ฝังเสาพระหลักเมืองน่าน ต้นปัจจุบันนี้ เมื่อวันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2331 ณ สถานที่ที่ทรงเสี่ยงทาย คือ ที่ข้างวัดร้างเก่า อันตั้งอยู่ห่างจากหอคำ (ปัจจุบันคือพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน) ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 350 เมตร ซึ่งผู้รู้สันนิษฐานว่าวัดร้างนี้คือ วัดห้วยไคร้ อันมีมาแต่ครั้งสมัยสุโขทัย
วัดมิ่งเมือง สร้างขึ้นเมื่อราว พ.ศ. 2400 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา วันที่ 14 พฤศจิกายน 2510 ในบริเวณวัดร้างด้านเหนือจากซากวิหารมีเสาพระหลักเมืองน่าน ซึ่งเป็นไม้สักทองเป็นท่อนซุงขนาดใหญ่ 2 คน โอบรอบฝังอยู่กับพื้นดิน
 |
|
ศาลพระหลักเมืองน่าน วัดมิ่งเมือง อ.เมือง จ.น่าน
|
ในปีพุทธศักราช 2400 เจ้าอนันตวรฤทธิเดช เจ้าผู้ครองนครน่านได้สถาปนาวัดร้างนี้ขึ้นใหม่อและตั้งชื่อวัดใหม่นี้ว่า “ วัดมิ่งเมือง” เพราะสาเหตุว่ามีเสามิ่งหรือเสามิ่งเมืองตั้งอยู่ในวัด (คำว่า “ เสาพระหลักเมือง” เป็นศัพท์ของทางภาคกลาง คนเฒ่าคนแก่พื้นเมืองเรียกขานกันว่า เสามิ่งหรือเสามิ่งเมืองมาแต่โบราณ)
และต่อมาในปี พุทธศักราช 2527 พระครูสิริธรรมภาณี (เสน่ห์ ฐานสิริ) เจ้าอาวาสวัดมิ่งเมือง ได้นำศรัทธาชาวคุ้มวัดมิ่งเมือง ทำการรื้อถอนอุโบสถหลังเดิมทั้งหลัง เนื่องจากชำรุดทรุดโทรมมาก ในการสร้างอุโบสถหลังใหม่นี้ ได้เคลื่อนย้ายพระประธานองค์เดิม ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช 2400 เป็นพระพุทธรูปก่อด้วยอิฐถือปูนและทำการบูรณณะมุกรักปิดทองใหม่ทั้งองค์ คือพระประธานองค์ปัจจุบัน
 |
|
ทางขึ้นศาลพระหลักเมืองน่าน ด้านทิศเหนือ ท้าวกุเวร เป็นผู้รักษาทางขึ้น
|
สำหรับตัวโรงอุโบสถหลังใหม่นี้ พระครูสิริธรรมภาณี เป็นผู้ออกแบบตามจินตนาการ เป็นรูปแบบอุโบสถล้านนาร่วมสมัย และการก่อสร้างตัวอาคารเป็นฝีมือของสล่า (ช่าง) พื้นบ้านเมืองน่าน ส่วนส่วนลวดลายปูนปั้น เป็นฝีมือของสล่า (ช่าง) สกุลเชียงแสนโบราณ ซึ่งมีนาย เสาร์แก้ว เลาดี เป็นนายช่างใหญ่มาทำการปั้นลวดลาย ใช้เวลาปั้นประมาณ 5 ปี
ภายในอุโบสถได้ทำการเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนัง โดยคุณสุรเดช กาละเสน (จิตรกรพรสวรรค์พื้นบ้านเมืองน่าน) โดยเขียนแบบอนุรักษณ์ภาพโบราณ เป็นเรื่องราวประวัติศาสตร์ความเป็นมาของเมืองน่าน เริ่มตั้งแต่สมัยพญาภูคาเจ้าเมืองน่านองค์ปฐมตั้งอยู่เมือง ณ เมืองย่าง (ปัจจุบันอยู่ในเขตอำเภอปัว) มาจนถึงสมัยเจ้ามหาพรหมสุรธาดา เจ้าผู้ครองนครน่านองค์สุดท้าย …
 |
|
ทางขึ้นศาลพระหลักเมืองน่าน ด้านทิศตะวันตก ท้าววิรูปักษ์ เป็นผู้รักษาทางขึ้น
|
ส่วนเสาพระหลักเมืองน่าน ตัวเสาเป็นไม้สักทอง เดิมเป็นเสาขนาดใหญ่มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3 ฟุต สูงประมาณ 2 เมตรครึ่ง สักษณะเป็นเสาทรงกลมส่วนหัวเสาเกลาเป็นดอกบัวตูมฝังลงพื้นดินโดยตรง ไม่มีศาลครอบ
โดยสมเด็จเจ้าฟ้าอัตถะวรปัญโญ เจ้าผู้ครองเมืองน่านองค์ที่ 57 โปรดให้ฝังเสาประหลักเมืองน่านลง ณ จุดนี้ เมื่อปีพุทธศักราช 2331 หลังจากที่พระองค์ได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชการที่ 1 ณ กรุงเทพฯ และร่วมพระราชทานพิธีฝังเสาพระหลักเมือง กรุงเทพมหานคร เมื่อปีพุทธศักราช 2129 พระองค์จึงได้คตินั้นมาฝังเสาพระหลักเมืองน่านขึ้น
 |
|
ทางขึ้นศาลพระหลักเมืองน่าน ด้านทิศตะวันออก ท้าววธตรฐ เป็นผู้รักษาทางขึ้น
|
ล่วงมาจนถึงปีพุทธศักราช 2506 ได้เกิดน้ำท่วมใหญ่ น้ำในแม่น้ำน่านได้ทะลักเข้าท่วมตัวเมืองน่านอย่างรุนแรง กระแสน้ำได้เซาะรากโคนเสาพระหลักเมืองซึ่งผุกร่อนมาก เพราะฝังดินมาเป็นเวลานานกว่า 170 ปี จนถอนโค่นลง เจ้าอาวาสจึงได้นำเสาไปผูกมัดไว้ใต้ถุนหอกลองหลังวัด เมื่อน้ำลดเป็นปกติแล้ว เจ้าอาวาสจึงได้พร้อมกับคณะศรัทธาวัดมิ่งเมืองแห่งนี้ ร่วมกันสร้างเสาพระหลักเมืองจำลองขึ้น ณ ที่เดิม โดยทำเป็นเสาก่อด้วยอิฐถือปูน ก่อฐาน 4 เหลี่ยมลดหลั่นเป็นชั้น ตัวเสาสูงประมาณ 1 เมตรครึ่ง ฐานสูงประมาณ 1 เมตรเศษ ทาด้วยปูนขาว
นักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยือนเมืองน่าน ควรมีโอกาสได้สักการะเสาพระหลักเมื่องน่าน ในการสักการะเสาพระหลักเมืองน่านนั้น ให้ทำการสักการะให้ครบทั้งสี่ทิศ เพราะในแต่ละทิศนั้นจะมีความมงคลตามความหมายของทิศนั้น โดยเริ่มจาก ทิศเหนือ ทิศตะวันออก ทิศใต้ และทิศตะวันตกหลังจากนั้นแล้วจึงเดินชมความงดงามอุโบสถล้านนาของวัดมิ่งเมือง ที่ทำให้คนน่านได้ภาคภูมิใจว่า ช่างสล่าน่าน เก่งไม่แพ้ใครในล้านนา..
 |
|
ทางขึ้นศาลพระหลักเมืองน่าน ด้านทิศใต้ ท้าววิรุฬหก เป็นผู้รักษาทางขึ้น
|